เทคโนโลยี dHCI โซลูชันใหม่ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบ HCI

เทคโนโลยี dHCI โซลูชันใหม่ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบ HCI

Data Center ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบ IT ในทุกองค์กร สำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล เดิมทีองค์กรส่วนใหญ่มีการใช้งานระบบ CI (Converged Infrastructure) ที่ประกอบด้วยชุด Server และ Storage แต่เมื่อเวลาผ่านไป ธุรกิจย่อมเติบโตขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในปัจจุบัน สิ่งที่ตามมา คือ การมี Data เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องใช้งาน Business application ที่หลากหลาย รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างระบบ Network และ Server ที่เสถียรกว่าเดิม เพื่อให้สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ระบบ CI เกิดข้อจำกัด เพราะการขยายระบบนั้นทำได้ค่อนข้างยากและมีค่าใช้จ่ายที่สูง เนื่องจากสเปกของอุปกรณ์ถูกเซ็ตไว้แล้วตั้งแต่ตอนเริ่มต้น เพื่อตอบโจทย์การทำงานและประมวลผล ณ เวลานั้น พอมีความจำเป็นต้องขยาย Data Center เพื่อรองรับกับปริมาณข้อมูลและการประมวลผลที่เพิ่มมากขึ้น ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการลงทุนเพิ่ม และอาจยังต้องเสียใช้ค่าใช้จ่ายด้าน PM ที่สูงมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งการดูแลรักษา Server และระบบ Network

จากข้อจำกัดเหล่านี้ จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่มีความยืดหยุ่นกว่า นั่นก็คือ ระบบ HCI (Hyper Converged Infrastructure) เพื่อแก้ไขปัญหาความยุ่งยากของระบบ IT รองรับความซับซ้อนของระบบ Business application ต่างๆ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับการใช้งานภายในองค์กรของ User ได้มากขึ้น

รู้จักระบบ HCI

เทคโนโลยี HCI คือการรวมเอา Server และ Storage เข้าไว้ด้วยกันและสามารถจัดการได้ด้วยซอฟต์แวร์ HCI เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการทำงาน ซึ่งสามารถรองรับ Database หรือระบบบริหารจัดการทางด้าน IT อื่นๆ ที่จากเดิมต้องมี Server จำนวนมากและ Storage ขนาดใหญ่ ก็สามารถใช้งาน HCI แค่เพียงระบบเดียวเพื่อมาทดแทนและเป็นศูนย์กลางการทำงานของระบบ Server สำหรับองค์กร โดยข้อดีอีกอย่างของ HCI ก็คือ ใช้เวลาในการ Deploy น้อยลง 73% และใช้เวลาในการสนับสนุนน้อยกว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมถึง 51% 1 

แต่ถึงอย่างนั้น HCI ก็ยังมีข้อจำกัดในการขยายระบบ โดยต้องทำการเพิ่มทั้ง Node คือเพิ่มทั้ง Server และ Storage ไปพร้อม ๆ กัน แม้ว่าจริงๆแล้วอยากจะเพิ่มเพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม ทำให้ช่วง 3-5 ปีแรก องค์กรอาจจะต้องเสียเงินโดยไม่จำเป็น และ HCI ก็ยังเหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปมากกว่า ซึ่งถ้าหากต้องการใช้แบบเฉพาะเจาะจง เน้นเรื่องของประสิทธิภาพเป็นหลักเพื่อรองรับกับ Business application การใช้งานแบบ CI ก็ยังตอบโจทย์ได้มากกว่า จึงทำให้ระบบ HCI มีข้อจำกัดในการใช้งานในองค์กรอยู่บ้าง ซึ่งอาจไม่สามารถรองรับการทำงานได้อย่างสมบูรณ์เท่าไรนัก

โดย Enterprise Strategy Group, Inc. (ESG) ได้สำรวจธุรกิจองค์กรกว่า 324 แห่ง และพบว่ากว่า 54% ยังคงมีการใช้งานทั้ง CI และ HCI ควบคู่กัน โดยมีองค์กรที่ใช้งาน CI เพียงอย่างเดียวในอัตราส่วนที่สูงถึง 31% ส่วนองค์กรที่เลือกใช้งานเฉพาะ HCI อย่างเดียวมีอัตราส่วนเพียง 10% 2

ผลสำรวจการใช้งานระบบ CI และ HCI

จากข้อจำกัดของทั้งสองระบบ ทำให้เกิดระบบใหม่ที่เรียกว่า dHCI (Disaggregated HCI) ซึ่งเป็นการรวมข้อดีของ CI และ HCI เข้าไว้ด้วยกัน โดยหลักการทำงานก็คือ เป็นการแยกระบบกันระหว่าง Server และ Storage แต่ในขณะเดียวกันทั้งสองระบบก็ยังสามารถทำงานร่วมกันและเชื่อมต่อกันได้อย่างอัตโนมัติ โดยสามารถขยายระบบแบบ Scale Out เป็นส่วน ๆ ได้ ทำให้ในระยะยาวองค์กรสามารถลงทุนเฉพาะส่วนได้อย่างอิสระ หรือในแบบ “Pay as you grow”

ซึ่งข้อดีของ dHCI นั้นก็คือการที่ทรัพยากรจะถูกจัดสรรและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด โดยที่จะไม่มีทรัพยากรสูญเปล่านั่นเอง

ระบบ dHCI ระบบใหม่ที่ช่วยประหยัดต้นทุน ใช้งานได้คุ้มค่า ประสิทธิภาพสูง

  • เป็นระบบที่ใช้เวลาในการติดตั้งเพียงไม่นานก็สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที 
  • แยกการทำงานระหว่าง Server และ Storage โดยสมบูรณ์ แต่ยังสามารถจัดการระบบได้อย่างสะดวกด้วยซอฟต์แวร์
  • สามารถเพิ่มและขยายระบบแบบแยกเฉพาะส่วนได้ เช่น หากการทำงานเริ่มช้า ก็เพิ่ม Server หรือหากพื้นที่จัดเก็บไม่พอ ก็เลือกเพิ่มแค่ Storage ทำให้มีความยืดหยุ่นและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการใช้ระบบแบบเดิม ๆ 
  • มีความทนทานสูง ไม่มี Single Point of Failure ในระบบ
  • มีการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความทนทานให้กับข้อมูลทั้งหมดที่ถูกจัดเก็บไว้ในระบบ
  • มาพร้อมเทคโนโลยีลดขนาดข้อมูล ที่สามารถลดขนาดของข้อมูลได้หลายเท่าตัว ทำให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มที่และคุ้มค่ามากที่สุด

จบทุกปัญหาการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม ๆ ด้วยระบบ dHCI

ปัจจุบันนี้ทั้งตัวระบบ Infra เอง หรือแม้แต่โซลูชันด้าน IT สำหรับองค์กรนั้นได้รับการพัฒนาให้มีความทันสมัยมากขึ้น ทำให้เกิดโซลูชันมากมายที่ถูกออกแบบเพื่อช่วยให้คน IT ทำงานได้ง่ายและสะดวก ไม่ต้องไปนั่งจัดการทีละส่วน หรือทีละจุดอีกต่อไป สำหรับองค์กรใดที่ยังใช้ระบบแบบ Traditional หรือ CI อยู่ และยังประสบกับปัญหาการทำงานที่ไม่เสถียร ทำให้เกิดความขัดข้องอยู่บ่อย ๆ หรือต้องปวดหัวกับการคอยวางระบบใหม่ทุกครั้งที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูล จนทำให้เกิดค่าใช้จ่ายตามมามากมาย เสียทั้งกำลังคนและเวลาโดยใช่เหตุ อาจจะลองเปลี่ยนมาใช้ระบบ dHCI เพื่อแก้ไขปัญหาแบบครั้งเดียวจบ ทั้งลดค่าใช้จ่ายที่ต้องคอยมานั่งเพิ่มทั้ง Storage และ Server แบบไม่สิ้นสุดและยังช่วยลดขั้นตอนการทำงานได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ข้อมูลอ้างอิง:

  1. โครงสร้างพื้นฐานแบบHyper convergedช่วยสร้างกำไรให้กับธุรกิจได้อย่างไร
    https://tinyurl.com/aafwfkrj 
  1. รู้จักกับแนวคิด dHCI: จะเลือกใช้งานระหว่าง CI และ HCI ไปทำไมในเมื่อใช้ทั้งคู่พร้อมกันได้ด้วย HPE Nimble Storage
    https://www.techtalkthai.com/hpe-nimble-storage-dhci-introduction-by-metro-connect/